ขออภัยที่หายหัว

posted on 27 Jun 2009 13:40 by storyinwinter  in LanlaRabai
ขออภัยที่หายหัวไปหลายวัน
เนื่องจากกลับบ้านที่ กทม.
มาต่อด้วยงานยุ่งนิดหน่อยกับเกิดเรื่อง
โดนรถคอนเทนเนอร์ชนเอาบนบาสพาส
ระหว่างทางกลับบ้านตอนเลิกงานเมื่อวานก่อน
ครูดฝั่งขวาไปเกือบทั้งแถบ
โชคดีที่ไม่ถึงที่นั่งผู้โดยสาร
และรถกำลังเลี้ยวทั้งคู่ จึงไม่ได้มาเร็ว
ฉันจึงไม่เป็นอะไรมาก
นอกเสียจากว่าขวัญบิน
ก็เพราะรถคู่กรณีน่ะ
รถเทรลเลอร์คันยักษ์ซะขนาดนั้น
เหตุผลที่มาชนรถฉันก็เพราะเบียดเลนเข้ามา
แต่รถฉันคันเล็กและเตี้ยกว่ามาก
ทำให้คนขับรถเทรลเลอร์มองไม่เห็น
นี่ขนาดรถยนต์นะ
ฉันไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า
ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์..
ฉันจะเป็นยังไง
แต่หลังจากนี้คงต้องเอารถไปเข้าอู่
แม้ว่าประกันฝั่งคู่กรณีจะจ่ายให้
แต่ก็คงใช้เวลาซ่อมนานแน่ๆ
โรงงานที่ฉันทำอยู่ก็อยู่ในนิคมใหม่
และไม่มีรถประจำทางผ่าน
ทางเดียวที่จะไปทำงานได้คือต้องผ่านบายพาส
ซึ่งเป็นถนนที่รถคอนเทนเนอร์วิ่งเยอะมากกก
และถนนแย่สุดๆ สำหรับการขับมอเตอร์ไซด์
แต่ฉันคงไม่มีทางเลือก
ก็นะ... ฉันมันก็ตัวคนเดียว
อยู่รอดมาได้ตั้งนาน
จะกระแดะไปทำไม
ถึงกลัวไป.. ก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี
คงต้องไปเอามอเตอร์ไซด์มาใช้ล่ะ
มันไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งแรกหรอกนะ
ชีวิตฉันผ่านอะไรมาก็เยอะ
ถึงฉันจะเป็นคนกล้าถึงขั้นบ้า
แต่ฉันก็มีความกลัวเหมือนกัน
ทุกครั้ง..
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
ฉันมักจะนึกถึงแต่รอยยิ้มรอยเดิม
ที่อยากเห็นอีกสักครั้ง
ตะโกนเรียกชื่อคนๆ เดิม
ต่อให้เค้าไม่ได้ยินก็เถอะ
ฉันกลัวจะตาย..
เพราะถ้าฉันตาย..
ฉันคงไม่ได้เจอเค้าอีกแล้ว
แม้เมื่อผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มาได้
ก็ยังเป็นเสียงนุ่มๆ เสียงเดิม
ที่อยากได้ยินอีกสักครั้ง
ให้อุ่นใจว่า.. ทุกอย่าง.. มันผ่านไปแล้ว
ทว่า.. หลังจากเกิดเรื่อง
ฉันก็ยังคงไม่ได้ยินเสียงนั้น
เลยรีบกลับหอมาเปิดคอมเรียกสติ
ขอเห็นแค่รูปถ่ายก็ยังดี
ฉันนึกถึงคราวที่ฉันประสบอุบัติเหตุ
ระหว่างแข่งซอฟท์บอลที่ มช.
ในวันนั้น.. ฉันทั้งเจ็บ ทั้งกลัว
ฉันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
และฉันไม่มีใครเลยที่นั่น
นอกจากเพื่อนร่วมทีมที่ไม่สนิทนัก
ท่ามกลางความเจ็บปวดหลังเกิดเหตุ
ท่ามกลางความสับสนในห้องฉุกเฉิน
ท่ามกลางความหวาดหวั่นในห้องผ่าตัด
ท่ามกลางความเดียวดายลำพังในห้องผู้ป่วย
คนที่ฉันคิดถึงแทบขาดใจในวันนั้น..
ยังคงเป็นคนเดิมคนเดียวกับในวันนี้
แต่วันนี้..
ฉันโชคดีกว่าเยอะ..
ฉันไม่เป็นอะไร..
และถึงจะไม่ได้ยินเสียงเค้า
อย่างน้อย..
ฉันก็ยังกลับมาเห็นเค้าในรูปถ่ายได้
ดีว่าเมื่อครั้งนอนแซ่วใน รพ. สวนดอก
ไม่มีอะไร..  ไม่มีใคร..
นอกจากภาพและเสียงเลือนลางในความทรงจำ
กับสมุดบันทึกและปากกา
ให้ฉันได้ระบายความคิดถึงที่มีต่อเค้าเท่านั้น
และดีที่สุดที่ยังไม่ตายไป
โดยไม่ได้เห็นเค้า.. อีกสักครั้ง
แต่อุบัติเหตุที่เจอมา
ก็มีเพียงครั้งเดียวที่ฉันกลัวสุดจิตสุดใจ
อย่างที่ไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
ก็คือวันที่คนที่ฉันรักที่สุดอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
เสี้ยววินาทีนั้น.. ฉันคิดอยู่อย่างเดียวว่า
ขอให้เค้าปลอดภัย..
ถ้ามีใครต้องเป็นอะไรไปสักคน
ก็ขอให้เป็นฉันแทนแล้วกัน
ฉันคิดแบบนั้นด้วยความเห็นแก่ตัวจากก้นบึ้งแห่งวิญญาณเลย
เพราะฉันคงทนไม่ได้
ถ้าคนที่ฉันรักเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้น
ให้ฉันตายแทน.. ฉันคงเจ็บปวดทรมาณน้อยกว่า
เพราะไม่ต้องมาทนอยู่รับรู้อะไร
โชคดีที่ฟ้ายังเมตตา.. ไม่มีใครเป็นอะไร..
พอเห็นเค้าปลอดภัยดี..
ฉันไม่คิดว่าจะมีอะไรทำให้ฉันดีใจได้
มากกว่านี้แล้วในชีวิต
ฉันจึงรีบตั้งสติที่พอจะเหลือ
แล้วทำทุกอย่างที่พอจะทำได้
แล้วค่อยไปตกใจกลัวเอาทีหลัง
หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
ฉันก็ร้องไห้เป้นบ้าเป็นหลังไปเลย
ขออย่าให้เค้าเอาชีวิตมาเสี่ยงอย่างนี้อีกเลย
ฉันไม่อยากขวัญหนีดีฟ่อขนาดนั้นอีกแล้ว

The Darkside of Me

posted on 18 Jun 2009 22:46 by storyinwinter  in LanlaRabai

วันนี้ออกนอกเรื่องหน่อยนะเคอะ

กำลังพารานอยเอามากๆ

งานที่ทำไว้โดนเบี้ยวค่าจ้าง

แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเจ้านี้

ก่อนหน้านี้.. เบี้ยวไป 4-5 งานแล้ว

แถมงานที่จ่ายก็ให้ทำก่อน

มากดราคาทีหลังด้วย

เลยหงุดหงิดอย่างแรง

กำลังคิดว่าจะทำไง

ระหว่าง

1. ยอมขายงานแบบเข้าเนื้อว่าอย่างน้อยก็ได้ตังค์มา

แม้ว่ามันจะไม่คุ้มเลยก็ตาม

 

กับ..

 

2. ลบงานทิ้งไปเลยด้วยความสะใจ

งานเราก็ไม่ใช่หมูๆ หมาๆ

ออกแบบทำงานมาสวยงามมีราคา

ก็ต้องใช้สมอง ใช้ความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา

ลำพังแค่ใช้คอมยังต้องมีค่าไฟ ค่าสึกหรอด้วยซ้ำไป

เป็นตายก็ไม่ให้ไฟล์งานไปหรอก เสียศักดิ์ศรี

ก็ใช่ว่าเราเดือนร้อนอะไรเสียเมื่อไร

ฝ่ายที่ต้องเดือนร้อนน่ะ

คือฝ่ายที่ไม่มีงานไปส่งมากกว่า

 

 ตอนนี้..

กำลังเอนเอียงไปทางข้อ 2

 

 

ฉันว่า..

คนทุกคนต่างก็มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง

อยู่ที่จะหันด้านไหนออกมาให้โลกเห็นเท่านั้น

ฉันเอง..

ก็มีด้านมืดเช่นกัน

ความเลวมันทำง่ายกว่าความดี

ฉันก็พยายามทำดีให้มาก

เพราะมันทำยากและมีคุณค่ากว่า

แต่มันไม่ได้หมายความว่า

ฉันทำเลวไม่เป็น

 

 

ฉันชอบความสันโดษและรักสงบมากกว่า

แต่ทำไมชอบมีคนมาแหย่รังแตนอยู่เรื่อยๆ

แต่ฉันก็พยายามจะถือคติเดียวกับคุณ Freeda

ว่า "ปล่อยให้มันตายเองตามธรรมชาติ"

 

 

ถ้าว่ากันตามวิชาโหราศาสตร์

หมอดูบอกว่า..

ดวงฉันไม่เหมาะกับการเป็นลูกน้องใคร

ถ้าว่ากันตามวิชานพุทธศาสตร์

พระท่านว่า..

มันเป็นกรรมเก่า

ถ้าว่าตามวิชานิติศาสตร์

หลักการระบุว่า

การกระทำที่ขัดต่อกฎหมา คือ ความผิด

ถ้าว่ากันตามใจ

ฉันว่า..

เพราะฉันไม่เอาเปรียบใคร

แต่ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบมากกว่า

ฉันถึงมีเรื่องขึ้นแรงงานมาเกือบทุกบริษัท

 แล้วฉันก็ย้ายงานบ่อย

แต่เท่าที่รู้ตอนนี้นะ

ปิดไปแล้ว 2 บริษัท

หืดขึ้นคอ 1 บริษัท

ร่อแร่อาการปางตายอีก 3 บริษัท

 

 

ฉันเคยถูกใส่ความ

และโดนบีบออกจากบริษัทหนึ่งใน 3 ที่กำลังร่อแร่

เพราะฉันไปเหยียบตาปลาคนเก่าคนแก่

เพราะฉันไม่ร่วมขบวนโกงด้วย

และไม่ให้ใครมาโกงในขอบเขตงานของฉัน

แต่ผลสุดท้าย.. ทำดีไม่ได้ดี

ฉันระเห็จตัวเองออกจากบริษัท

ฉันมองไม่เห็นเหตุผลต้องทนรบกับใคร

เมื่อเจ้านายเลือกที่จะฟังคนเก่า

ที่กล่าวหาฉันต่างๆนาๆ โดยไม่มีหลักฐาน

ฉันคิดไว้แล้วว่า..

ไม่ต้องแช่ง บริษัทนี้ก็อยู่ได้ไม่นานหรอก

เลี้ยงแต่งูเห่าไว้เป็นดง

ล่าสุด..

รุ่นน้องที่ยังอยู่บริษัทนั้นเล่าให้ฟังวันนี้ว่า

คนเก่าคนแก่ที่ว่า..

ลาออกไปแล้ว

คนนึง.. เป็นอดีตหัวหน้าฉัน

โกงเงินก้อนสุดท้ายไปแสนนึง

ไม่นับก่อนหน้านั้น.. คงเป็นล้าน

คนนึง.. กินไปจนออกกระบะได้คัน

ออกมอไซด์ได้อีกคน

ทั้งที่เป็นแค่คนขับรถ

คนนึง.. เงินเดือนหมื่นนิดๆ

สามีเงินเดือนไม่ถึงหมื่น

ทั้งคู่มีภาระทางบ้านพอสมควร

แต่เวลาแค่ปีกว่าๆ ที่มาทำจัดซื้อ

ก็ออกวีออสป้ายแดงได้

ในขณะที่เจ้าของบริษัท

ต้องขายบีเอ็ม เฟอรารี่ใช้หนี้

บ้านที่ไปจำนองกำลังจะโดนยึด

และมีคดีฟ้องร้องอีกหลายสิบคดี

แล้วพอคนเก่าสูบเลือดสูบเนื้อจนจะหมด

แล้วสะบัดตูดออกกันไปเป็นแถว

ก็บอกให้รุ่นน้องคนนี้มาเรียกฉันกลับไปทำงาน

ไม่คิดว่า.. มันสายไปแล้วหรอกรึ?

 

วันนี้.. ฉันแค่สะใจ..

ฉันไม่มีความสงสารใดๆ ให้

นี่คือด้านมืดของฉัน

ที่เห็นความพินาศของคนอื่นแล้วสนุก

มันก็ไม่ใช่สิ่งดีที่คิดอย่างนี้

แต่ฉันก็คิดอย่างนี้จริงๆ

และฉันกำลังรอดูอีกสามบริษัท

ที่เอารัดเอาเปรียบลูกจ้างตลอดว่า

ความหายนะจะมาเยือนเมื่อไร

ฉันไม่ทำอะไรหรอก

ฉันไม่ไปกลั่นแกล้งหรือทำอะไรทั้งนั้น

ฉันผ่านตรงนั้นมาแล้ว

จะไม่กลับไปเกลือกกลั้วให้เปลืองตัวหรอก

ฉันแค่รอดูความพินาศ

เมื่อผลกรรมทำไว้มันมาหาแบบไม่ต้องรอชาติหน้า

 

ขอโทษนะ..

วันนี้มาแบบไม่ค่อยมีสาระ

ไว้วันหลังจะหาอะไรดีๆ มาทดแทน

คือ รวม sources งานกราฟฟิก

ที่จะช่วยให้งานออกแบบของคุณสวย ง่าย และไวขึ้น

บอสตัน เทอเรียร์

posted on 16 Jun 2009 20:36 by storyinwinter  in LanlaRabai

ใครชอบหมาบ้าง? ยกมือขึ้น

ฉันล่ะ.. เป็นคนหนึ่งที่ชอบหมามากๆ

โดยเฉพาะพันธุ์นี้

บอสตัน เทอเรียร์

สุนัขพันธุ์บอสตัน เทอเรีย หรือที่คนขนานนามว่า สุภาพบุรุษอเมริกัน

เพราะเป็นสุนัขที่อ่อนโยน ไม่ดุร้าย ไม่วุ่นวายกับเจ้าของ

บอสตันเทอเรีย เกิดจากการนำสุนัขที่เรียกว่า " จัดจ์"

ที่นำมาจากอังกฤษปี 1865 มีการนำเอาสุนัขพันธุ์ สแตนด์ฟอร์ดไชร์ บูลเทอเรีย

มาผสมจนได้สุนัขพันธุ์บอสตัน เทอเรีย ที่มีหน้าตาอย่างปัจจุบัน

ชื่อของสุนัขจะเป็นชื่อเมืองที่ช่วยทำการพัฒนาสายพันธุ์ของมันให้ดี


ข้อดีของสุนัขพันธุ์ บอสตัน เทอเรีย
1. ดูแลง่าย
2. น่ารัก และเป็นสุนัขสำหรับครอบครัวได้
3. ไม่ค่อยมีกลิ่นตัว ขนร่วงน้อยมาก
4. ขนาดเล็ก
5. เชื่อฟังและสั่งสอนง่าย 

 

ข้อมูลทั่วไป

น้ำหนัก:4.5-11.3kg

ส่วนสูง:15-17inch

ความต้องการออกกำลังกาย: ต่ำเมื่ออยูในบ้าน แต่กระตือรือร้นเมื่ออยูข้างนอก

ความสามารถในการเรียนรู้:     สูง

ลักษณะนิสัย:                          สุภาพ ตื่นตัว มีมารยาท มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้

ความสามารถในการปกป้อง:  ต่ำ

ความสามารถในการเฝ้าระวัง: สูง

 

ลักษณะทางกายภาพ

บอสตันเทอเรียร์เป็นสุนัขขนาดเล็กแต่ดูบึกบึนแข็งแรง

มีหูตั้ง หางสั้นกุด ใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยม รูปทรงหัวกว้างและแบน

ผิวหนังไม่มีรอยย่น ตากลมใหญ่ ตามมาตรฐานแล้ว

สุนัขพันธ์นี้ไม่ควรมีน้ำหนักต่ำกว่า 4.5 กิโลกรัม

แต่ไม่เกิน 11.3กิโลกรัม และส่วนสูงระหว่าง15-17นิ้ว

สีของสุนัขพันธ์นี้นั้นจะมีทั้งสีขาว คำ และลายเสือ

หรือผสมผสานกันระหว่าง3สีดังกล่าว สีที่สมบูรณ์แบบนั้น

สีขาวจะปกคลุมบริเวณปากแผงคอและอก ขาหน้า

และพาดบริเวณระหว่างดวงตา สำหรับสุนัขที่ใช้ประกวดนั้น

ต้องการความสมมาตรของสีด้วย

 

ลักษณะนิสัย

            แม้จะสืบเชื้อสายมาจากสุนัขที่ใช้ในกีฬาสู้กับวัว

แต่ก็เป็นสุนัขที่มีอารมณ์ดี มีนิสัยร่าเริง อดทน รักเจ้าของ

มีมารยาทที่ดีรวมทั้งยังสุภาพและเฉลียวฉลาด

สามารถฝึกฝนให้ฟังคำสั่งได้ง่าย

สุนัขจำนวนมากยังมีความกล้าหาญ

ซึ่งเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากสายพันธ์เทอเรียร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามสมาคมสุนัขในอเมริกานั้น

ไม่จัดมันอยู่ในประเภทเทอเรียร์

แต่จะจัดอยู่ในประเภทสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นแทน

สุนัขทั้งสองเพศนั้นจะเห่าเฉพาะในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น

และส่วนใหญ่ชอบที่จะอยู่ใกล้กับคน

และยังสามารถเข้ากันได้ดีกับเด็ก คนชรา

สุนัขและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น สุนัขบางตัวอาจจะขี้อ้อน

แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเป็นส่วนตัว

บอสตัน เทอเรียนั้นมีความปราดเปรียว และกระโดดสูงมาก

 

สุขภาพ

            ปัญหาเรื่องสุขภาพของบอสตัน เทอเรียร์ที่น่าเป็นห่วงก็คือ

เรื่องของต้อที่ตาทั้งสองข้าง (ไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัขหรือสุนัขที่โตแล้วก็ตาม)

หูหนวก การเต้นที่ผิดปกติของหัวใจและภูมิแพ้

ส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถที่จะทนต่อสภาวะอากาศที่รุนแรงได้

ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นจัด และผิวหนังไม่ทนทานต่อสารเคมี

มันมีปัญหาคล้ายกับสุนัขบางพันธ์เช่น ปั๊ก ชิสุ ที่มีหน้าสั้นเหมือนมัน

ซึ่งทำให้มันหายใจไม่สะดวก และอาจจะส่งเสียงเหมือนการกรนออกมาตลอดเวลาได้

 

สำหรับบอสตันเทอเรียร์ตัวแรก

ที่ฉันได้รู้จักและตกหลุมรัก ชื่อ ชิชิมารุ

เป็นหมาของเจ่เจ๊ หรือในวงการคือ

เฮียหนึ่งSleeper One แห่ง วงฟรายเดย์

 

 

บอสตันเทอเรียร์ตัวที่สอง

มีชื่อว่า คุณหนูมะแตง

เป็นบอสตันเทอร์ที่สวยมาก

ถูกต้องตามลักษณะทุกประการ

แถมมีใบเพ็ดดิกรีด้วย

ฉันเก็บหอมรอมริบอยู่นาน

กว่าจะซื้อมาได้ด้วยราคาลิบลิ่ว

ทว่า.. ความไม่พร้อมทำเหตุ

ตอนนั้น ฉันยังอาศัยอยู่ในบ้าน

ที่บริษัทเก่าใช้เป็นที่เก็บของ

คุณหนูมะแตงหลุดไปกัดงานเค้าพัง

ฉันจึงต้องตัดใจยกให้ลูกศิษย์ของน้าชาย

ที่เป็น สัตวแพทย์หญิงใจดีจากรั้วจามจุรีไป

 

จาก MaTang

 

 

บอสตันเทอเรียร์ตัวที่สามและสี่

สาวน้อยแม็กซี่ขี้อ้อน

 กับ หนุ่มน้อยบราโว่จอมไฮเปอร์

เจ้าสองตัวนี้ได้มาหลังจากได้ปั๊ก

คือ น้องเบ๊นซ์ กะ น้องเมอร์ซี่มาไม่นาน

จาก MyKids

ทั้งสี่ตัว เจ้าคุณพ่อ เจ้าคุณแม่เอาไปเลี้ยง

พอโตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่

เจ้าเบนซ์ กะ เจ้าโว่ก็ไม่ลงรอยกัน

กัดกันเลือดสาด

พาลเอาตัวเมีย คือ

น้องแม็กซ์ ไปกัด น้องเบนซ์ เพื่อช่วยสามี

ส่วนเมอร์ซี่ก็ทนไม่ได้ กระโจนไปร่วมวง

กัดน้องโว่ เพื่อช่วยสามี คือ น้องเบนซ์ เช่นกัน

(ไม่รู้ว่า.. ทำไมหมามันถึงแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพันธุ์ได้ด้วยเนี่ย)

 

คราวนี้ เจ้าคุณพ่อเลยส่งปั๊กทั้งสอง

รวมกะลูกอีกโขยงมาให้ฉันเลี้ยงที่ศรีราชา

ส่วนเจ้าคุณพ่อกะคุณหญิงแม่เลือกเอาบอสตันไว้

เพราะมันเลี้ยงง่ายกว่ากันเยอะเลย

 

 

บอสตันเทอเรียร์ตัวห้ากะหก

จริงๆ ก่อนหน้านี้ คลอดออกมาหลายครอกแล้ว

แต่มิได้มีโอกาสใกล้ชิด

จนมาครอกล่าสุด คือ

คุณพี่บัฟ

 

มีเจ้านายใหม่มารับไปแล้ว

อยู่แถวพัทยานี่ล่ะ

ส่วนคุณน้องบอส

ก็กลายเป็นหมาในสังกัดของพี่บอยไป

พี่บอยเพิ่งส่งรูปถ่ายน้องบอสมาให้ชุดใหญ่

น่ารักโคตรรรรร

ตอนนี้.. ฉันคิดถึงน้องบอสมากกก

กะว่า.. ศุกร์นี้จะต้องไปหาให้ได้

 

ปล. ไม่รู้น้องเบนซ์ น้องเมอร์ซี่ กะไทคุงเป็นไงมั่ง

ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

ม่ะม๊าก็ยังรักและคิดถึงพวกหนูนะลูก