5 วันกับการกลับสู่ชีวิตสาวโรงงานฉันทนา

แต่คราวนี้เป็นฉันทนาซัง..

เพราะมาไฮโซโก้หรูในโรงงานญี่ปุ่น

ที่มีระบบมาตรฐานสูงลิบลิ่ว

และซีเคียวริตี้สุดๆ ไปเลย

 

คร่ำหวอดกับสิ่งพิมพ์มาห้าหกปี

คราวนี้ได้มาจับอะไรใหม่ๆ

เหมือนได้จุดไฟที่ใกล้มอดขึ้นมาอีกครั้ง

ได้มาออกแบบพรมเนี่ย

มันท้าทายใช่ย่อยนา

 

ฉันขอชมระบบการทำงานของญี่ปุ่นจริงๆ

พอได้มาสัมผัส

ฉันไม่แปลกใจอีกแล้วว่า

ทำไม.. ญี่ปุ่นเค้าถึงพัฒนาไปได้ไกล

และไวมากกกก.. หากนับว่า

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

ประเทศนี้ได้สูญเสียไปแทบไม่เหลือ

 บริษัทญี่ปุ่นเค้าใช้คนไม่มาก

แต่เลือกใช้คนที่มีประสิทธิภาพ

คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดในทีแรก

แต่ต้องมีการเรียนรู้และพัฒนา

ไม่ใช่ว่าอยู่ไปอีกสิบปี

ความรู้ก็ยังมีเท่าเดิม

อันนี้ใช้ไม่ได้

แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะให้สักแต่ทำงานไป

มาใหม่ต้องมาเรียนก่อน

ไม่ว่าคุณจะใหญ่มาจากไหน

ตำแหน่งสูงเงินเดือนแพงสักเท่าไร

ก็ต้องไปเรียนงานตั้งแต่ล่างสุดขึ้นมา

ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำกันเลย

ต้องลงไปหัด ไปทำ

อันไหนใช้ได้ อันไหนใช้ไม่ได้

จะต้องรู้ จะต้องดูออก

เค้าลงทุนกับการฝึกคน

และใช้เทคโนโลยีเป็นการส่งเสริม

ปลูกฝังจิตสำนึกในการควบคุมคุณภาพ

ไม่ต้องใช้ QC เยอะอย่างบริษัทสัญชาติอื่น

อย่างหลายๆ ที่ที่ฉันผ่านมา

แต่ว่าพนักงานทุกคนเป็น QC ไปในตัว

แล้วทุกคน ทุกตำแหน่งต้องรู้ทุกขั้นตอน

เพื่อให้งานไม่สะดุดหากขาดใครไปสักคน

และให้ทุกคนเข้าใจการทำงานของคนอื่น

ช่วยให้การประสานงานดีขึ้น

และการไปเรียนรู้งานในแต่ละส่วน

ทำให้คนเข้าใหม่ได้รู้จักและแน่นแฟ้นกับคนเก่ามากขึ้น

อีกทั้งเกิดความเป็นกันเอง

ไม่ว่าเจ้านายหรือลูกน้อง

พอนอกเวลางานก็กอดคอเฮฮากันได้

แต่พอในงานทุกคนตั้งใจ

ช่วยกันไม่เกี่ยงไม่งอนไม่ตั้งแง่

วันนี้เมื่อได้มาสัมผัส

ฉันว่ามันเป็นสภาวการณ์ที่น่าทำงานเป็นที่สุด

ฉันเคยเจอแต่สถานที่ทำงานที่มีแต่ปัญหารุมเร้า

ต่างคนต่างเกี่ยงต่างโยน

เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น

ขัดแข้งขัดขากันจนงานเจ๊ง

เพิ่งมาเห็นที่นี่ล่ะที่ไม่ว่าปัญหาอะไร

ทุกคนจะช่วยกันหมด

บรรยากาศยิ้มแย้มแจ่มใสสนุกสนาน

 

วันนี้... ฉันได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนในการทำงาน

ตั้งแต่เป็นด้ายจนทอมาเป็นผ้า

จากผ้านำมาตัด มาพิมพ์ลาย

จากยางนำมาตัดมารองหลังผ้ามาติดขอบ

มาขึ้นรูป มาอบ มาตัด จนสำเร็จเป็นพรม 1 ผืน

และต้องมีการตรวจสอบทุกขึ้นตอน

ตรวจสอบกันจริงๆ ไม่ใช่แค่มองๆ

จะต้องมีการตรวจวัด ทดสอบเส้นด้ายที่นำมาทด

ต้องมาซัก มาอบ มาดึง มาปั่น มาซัก มากัด

ว่ามันทนทานไหน โดนความร้อนแล้วหดไหม

สีตกหรือเปล่า อุ้มน้ำเท่าไร ดึงด้วยแรงแค่ไหนจึงจะขาด

เส้นด้ายแต่ละเส้นมีการบิดเกลียวแค่ไหนต่อ 1 เมตร

แล้วถูไถไปกีพันรอบถึงจะยุบจหรือจะกระจุย

จะต้องมีการตรวจสอบการทด

ตรวจสอบยางทั้งก่อนอบและหลังอบ

ยางสุกไหม ยึดติดกันดีไหม

ซักแล้วหดไหม ดึงด้วยแรงแค่ไหนถึงขาด

ถูกี่ครั้งถึงสึก

ต้องทดสอบสารเคมี

ต้องทดสอบเครื่องกราฟ เครื่องมีเตอร์

เครื่องซัก เครื่องอบ เครื่องโน่นนี่นั่น

จนกระตั่งกล้องไมโครสโคป

เช็คกันจนถึงอนุภาคเส้นด้ายกันไปเลย

ทุกอย่างต้องตรงตามสเป็ค

ผิดนิดนึงก็ไม่ได้.. ทิ้งเลย

พรมปูพื้นมี่ฉันเคยแต่เหยียบย่ำอย่างไม่ใส่ใจ

ฉันเพิ่งได้รู้ว่ามันไม่ได้สักแต่ผลิตกันออกมาง่ายๆ

ทุกอย่างมีขั้นมีตอน

และแน่นอน.. มีมาตรฐาน

แต่สำหรับงานส่วนของฉัน

การออกแบบพรมเนี่ย

มันง่ายกว่าออกแบบหนังสือเยอะเลย

ค่าตอบแทนดีกว่า

งานก็เบากว่า

ผิดพลาดได้น้อยกว่า

และมูลค่าความเสียหายก็น้อยกว่า

ในขณะเดียวกัน

ก็มีงานอย่างนี้น้อยมากในตลาดงาน

มันเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อของฉันเลย

ที่ได้มาทำงานที่นี่

 

ถ้าเห็นของทิ้ง

คนอย่างเราๆ ก็เสียดายชิเลย

ในสายตาเรา.. พรมดีๆ อยู่เลย

นุ่มๆ เนี๊ยบๆ ดูไม่ออกว่ามันไม่ดีตรงไหน

แต่เค้าต้องทิ้งไปเลย

เพื่อรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของเค้า

และพนักงานก็ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด

ไม่มีใครจิ๊กกลับบ้าน

ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ทำงานที่นี่มันดีอยู่แล้ว

จะเสี่ยงกะพรมผืนเดียวให้โดนไล่ออกทำไม

แล้วบริษัท BOI ด้วย

เอาออกไปก็ผิดกฎหมายอยู่ดี

 

ตอนนี้.. ฉันมองพรมอย่างนับถือ

กว่าจะเกิดมาเป็นพรม

มันไม่ง่าย

กว่าจะได้ออกมาสู่สายตาชาวโลก

แล้วก็ต้องทนทาน

ให้ชาวบ้านเค้าเหยียบย่ำโดยไม่ปริปากบ่นด้วย

โชคดีแค่ไหนแล้ว

ที่ฉันเกิดมาเป็นคน.. ไม่ใช่พรม

 

Comment

Comment:

Tweet

ทำพรมแบบอลาดินให้หน่อยจิ

ยินดีด้วยที่ได้งานดีๆ

#9 By Anew on 2009-06-13 02:43

ชอบความคิดและมุมมองของจขบ.ครับ

ยินดีที่ได้งานในบริษัทดีๆด้วยครับผม ^^

#8 By ❤ Fire . Work || | on 2009-06-13 01:14

ถ้าทำให้ คน ดีได้
อะไร ๆ มันก็คงดีเนาะ
ไม่ต้องมาตั้งมาตรฐานกับเรื่องวัตถุ เทคโนโลยีให้วุ่นวาย
เอาคนให้ได้มาตรฐาน
เรื่องอื่น ๆ คงตามมาเอง

ขอบคุณที่ไปคอมเมนต์จ้า

big smile

#7 By มโนภาพ on 2009-06-12 22:57

ชอบบรรทัดสุดท้ายมากค่ะ ^^

กระแทกใจดีจัง ^^

#6 By Nic'Nicholas on 2009-06-12 20:56

นี้ละครับ ประเทศเขาถึงได้พัฒนาไปไกลกว่า ทั้งๆ ที่เพิ่งตั้งตัวมาได้ไม่นานเอง

ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอดีตนายกเราไปดูงานอีท่าไหน ถึงไม่เอาระบบการทำงานอย่างนี้มาใช้กับประเทศเราบ้าง

ได้มาอย่างเดียว "โอท๊อป"

แวะมาเยี่ยม แวะมา add บล๊อกนี้ครับHot!
เอามั้ย cd อินโตเกียวประมาณหลายปีก่อน จะ ที่อยู่มาทาง ems ก็ได้ค่ะ จะจัดส่งไปให้ big smile
เอาแบบ นสคส.ด้วยอีกหนึ่ง จัดมาเดี๊ยวนี้ โหอยากทำ อยากทำ งะ ต้องสนุกแน่ๆเลย (เดี๊ยวตกงานจะไปสมัครบ้าง)confused smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By freeda on 2009-06-12 19:59

ชอบใช่ไหม ems บอกที่ตั้งมาแล้วจัดไปให้โลดอิอิ

#2 By Witch-Maic on 2009-06-12 19:56

ออกแบบและทำพรมเหาะให้หน่อยจิ big smile

ทำงานกับญี่ปุ่นก็ดีนะ เจอดีก็ดี เจอแย่ก็แย่ รองรับอารมณ์หัวหน้าอีกต่างหากsad smile

ชอบๆ กว่าจะได้พรมHot! Hot! Hot!