ฟอนต์นั้น.. สำคัญไฉน..

posted on 13 Jun 2009 21:01 by storyinwinter in WriteSara

 

 

 

คนสนิทมักรู้จักฉันจากอาชีพหมอดู

แต่อาชีพหลักของฉัน

ยังคงยึดการเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์เต็มตัว

แม้จะเริ่มต้นเองด้วยการมั่ว แต่ก็มัวแบบมีหลักการ

ใฝ่ฝันขยันหาความรู้จากประสบการณ์และการขวนขวาย

และพัฒนามาจนเลิกมั่วและยืดอกได้ไม่อายใคร

ฉันอาจไม่ได้จบกราฟฟิกโดยตรง

ไม่ได้เข้าเรียนในสถาบันใด

ที่ผ่านมา ฉันเจอโลกในแง่ร้ายมาเยอะ

เจอคนที่มองแต่หน้าตาและยี่ห้อกะลาที่ครอบหัว

มากกว่าคุณค่าและความรู้ในลอนสมองเสียเป็นส่วนใหญ่

ขอโทษนะ..

ที่ฉันไม่ค่อยเชื่อถือระบบการศึกษาของไทยเท่าไรเลย

ฉันแค่เชือว่า..

ถ้าจะตั้งใจแล้ว.. มันไม่ยากเกินความพยายาม

เชื่อเถอะว่า..

ฉันอ่าน Text Books มากกว่ากราฟฟิกปริญญาหลายๆ คนด้วยซ้ำ

 

 

6-7 ปีที่ผ่านมา ฉันคร่ำครวญและครำหวอดอยู่ในวงการ

ชีวิตประจำวันของฉันไม่เคยหนีพ้นตัวอักษร

หรือศัพท์ทางการออกแบบว่า ฟอนต์ สักที

บนโลกใบนี้มีฟอนต์เป็นร้อยล้านฟอนต์

การจะเลือกฟอนต์แต่ละชนิดมาใช้งาน

มันจะส่งผลต่องานออกแบบของคุณมาก

จนคุณอยากจะอวดผลงานของคุณ

ให้โลกได้ประจักษ์ไปทุกแห่งหน

หรือไม่ก็เอาหัวหมุดคอห่านตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

มิให้เสียชื่อเสียงบุพการีกันเลยทีเดียว

 

ไหนๆ ก็เสียเวลามาอ่านกันแล้ว

ก็อยากให้ได้ความรู้กันไปเต็มๆ

เราก็มาทำความรู้จักชนิดของฟอนต์กันก่อนดีกว่า

 

ชนิดของฟอนต์ในโลก แบ่งตามที่ฉันรู้จักออกเป็น 9 ชนิด คือ

 

1. Serif เซริฟ คือ ฟอนต์ตัวพิมพ์หางอักษขระบาง

แบ่งเป็นแบบย่อยได้อีก คือ

  1.1 ฟอนต์ดั้งเดิม มีหางกระจึ๋งนึง

  1.2 ฟอนต์ยุคปรับเปลี่ยน หางยาวออกมาหน่อย ปลายหางแคบเข้า

  1.3 ฟอนต์ยุคใหม่ หางยาวเท่ายุคปรับเปลี่ยน แต่ปลายหางกว้างเท่าโคนหาง

 

 

2. Slab Serif สแลบ เซริฟ คือ ฟอนต์ตัวพิมพ์หางอักขระหนา

 

 

3. Sans Serif แซนส์ เซริฟ คือ ฟอนต์ตัวพิมพ์ไม่มีหางอักขระ

 

 

4. Script สคริปต์ คือ ฟอนต์ตัวเขียน หรือ ฟอนต์ตวัด ฟอนต์ลายมือทุกชนิดคือฟอนต์ชนิดนี้

 

 

5. Blackletter แบล็คเล็ตเตอร์ คือ ฟอนต์ประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นในยุคนิยมเครื่องพิมพ์เล็ตเตอร์เพรส

   ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ชนิดแรกของโลก เกิดขึ้นครั้งแรกในจีน

   ที่ใช้การแกะสลักไม้เป็นตัวหนังสือนูนต่ำใช้แทนแม่พิมพ์

                                                                    

                                                หนังสือโบราณสมัยราชวงศ์ถังของจีน

                                            ที่ถูกพิมพ์ด้วยบล็อกพิมพ์ที่แกะสลักจากไม้

                                         ถือเป็นสิ่งพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ถูกค้นพบ

 

  เมื่อเกิดกระแสนิยมเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ขึ้นในยุโรป และต่อๆ มาอีกในทุกทวีป

   แม่พิมพ์ก็ถูกทำขึ้นจากโลหะ ทำให้เกิดศิลปะตัวอักษรประดิษฐ์

   ทั้งไทโปกราฟี และคัลลิกราฟีขึ้นมา

   สังเกตว่าบนตัวอักษรจะมีลวดลายโค้ง เว้า ตวัด อ่อนช้อย งดงาม และคลาสสิค

   พบมากในฟอนต์แบบย้อนยุคสไตล์วินเทจ

 

 

 

                                        ระบบการพิมพ์เล็ตเตอร์เพรส

 

ตัวอย่างบล็อกแม่พิมพ์โลหะระบบเล็ตเตอร์เพรส

 

 

   ระบบการพิมพ์นั้น แรกมีในสยามก็คือโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์นั่นเอง

 

The Bangkok Recorder หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย

ตีพิมพ์โดยโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์

 

 

 

 

 

6. Display ดิสเพลย์ คือ ฟอนต์ที่พัฒนาและสร้างขึ้นในยุคที่ใช้เครื่องพิมพ์แบบเล็ตเตอร์เพรส

    ในการพิมพ์หนังสือพิมพ์ และจำเป็นต้องใช้ฟอนต์ตัวหนังสือขนาดใหญ่ในการพาดหัวข่าว

    ซึ่งตัวหนังสือที่ใหญ่เกิน 36 pt หมึกจะไปคั่งในแม่พิมพ์มากเกินไป

    เมื่อพิมพ์ลงกระดาษแล้ว หมึกมักจะเลอะเทอะหรือกระจายฟุ้งออกจนเละเทะ

   จึงต้องตัดทอนบางส่วนของอักขระออกเพื่อดักหมึก

   และเราก็พบได้ในระบบการพิมพ์ที่ใช้แม่พิมพ์แบบฉลุ

   ที่ต้องตัดทอนบางส่วนของอักขระเพื่อเชื่อมไม่ให้แม่พิมพ์บิดเบี้ยวไป

   ลองจินตนาการถึงแผ่นพลาสติกที่เจาะเป็นตัวหนังสือเป็นแผงๆ

    ที่สมัยก่อนเราใช้ทาบกระดาษและเอาเมจิกระบายตามช่อง หรือบล็อกสกรีนเสื้อก็ได้

    ระหว่างตัวหนังสือจะต้องมีเส้นมายึดแบบกลางตัวอักษรอย่าง 0 ก็จะเป็น ( ) แบบนั้นแหล่ะ

    ต่อมาจนถึงยุคการพิมพ์สมัยใหม่ เทคโนโลยีในการสร้างแม่พิมพ์ถูกพัฒนาขึ้น

   จึงไม่จำเป็นต้องตัดทอนบางส่วนของอักขระออกเพื่อดักหมึกอีก

   แต่อย่างไรก็ดีลักษณะพิเศษของฟอนต์แบบดิสเพลย์ ยังคงอยู่ที่การตัดทอนบางส่วนของอักขระออก

  เราจึงนับรวมฟอนต์ อาทิ ฟอนต์ตัวเลขดิจิตอล เข้าไปในฟอนต์ประเภทนี้ด้วย

 

 

7. Monospaced โมโนสเปซเซ็ด คือ ฟอนต์ที่มีขนาด glyph เท่ากันหมด

    อย่างฟอนต์ที่เกิดขึ้นในยุดเครื่องพิมพ์ดีด เนื่องจากกลไกของเครื่องพิมพ์ดีด

   จำกัดให้ตัวหนังสือต้องอยู่ในหน้าตัดแม่พิมพ์บนแกนเหล็กที่เท่ากันทั้งหมดนั่นเอง

 

 

8. Dingbat ดิงแบต คือ รูปภาพ หรือ สัญลักษณ์ต่างๆ

    ที่ถูกสร้างให้มาอยู่ในรูปแบบฟอนต์

 

 

9. Mimicry มิมมิครี คือ ฟอนต์ล้อเลียน หรือ ฟอนต์เลียนแบบ

    พบได้ทั่วไปในฟอนต์ที่เลียนแบบวิธีเขียนจากตัวอักขระภาษาอื่น

    อาทิ ฟอนต์ไทยลานนา ฟอนต์ไทยสไตล์จีน ฟอนต์อังกฤษสไตล์ญี่ปุ่น

 

 

 

 

จบเรื่องชนิดของฟอนต์แล้ว

ก็มาถึงเรื่องที่จั่วหัวไว้

ฟอนต์นั้น.. สำคัญไฉน..

 

ธรรมดามนุษย์ย่อมมีการสื่อสารระหว่างกัน

ในยุคแรกแบบอดัมส์กับอีฟ

โลกนี้มีเราเพียงสองคน

ก็ใช้การสื่อสารแบบวจนภาษา

คือพูดจากันไป

แถมพกการสื่อสารกันด้วยหัวใจ

มองตากันไปก็เข้าใจกันเอง

อันนี้จัดเป็น อวจนภาษา

แต่พอหมดโปรโมชั่น ฉันเริ่มเบื่อหน้าแก

ก็เลยต้องสร้างอะไรขึ้นมาเพิ่มเป็นอวจนภาษาอีกอย่าง

แทนการสื่อสารระหว่างกัน อาทิ ภาพวาดบนผนังถ้ำ

 

" วันนี้ ตีหมีได้แปดตัว เป็นหมีแพนด้า 2 ตัว

เลยเอามาทิ้งไว้ให้ย่างกินเองนะ เพราะคืนนี้ฉันจะไม่กลับถ้ำ"

 

จากภาพ พัฒนาเป็นอักษรภาพ

จากอักษรภาพ พัฒนาเป็นอักษรเฉยๆ

แต่อักษรเฉยๆ นี้ต้องคล้ายกัน เพื่อให้สื่อสารตรงกันในกลุ่ม

แต่มันจะให้เหมือนกันเด๊ะ คงยากน่าดูในยุคที่ไม่มีปรินเตอร์

ลายมือมันไม่เหมือนกัน ต่างก็มีลักษณะเฉพาะตัวไป

ความแตกต่างนี้ก็กลายมาเป็นฟอนต์ชนิดต่างๆ

และฟอนต์ชนิดต่างๆ นี่ก็ให้อารมณ์แตกต่างกัน

ในบางประเทศ อย่าง จีน และ ญี่ปุ่น

ให้ความสำคัญกับฟอนต์มาก

จนถือว่าเป็นศิลป์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง

ซึ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้

ในยุคจีนโบราณนั้น

คนผู้หนึ่งซึ่งเขียนอักษรได้สวยงาม

สามารถเขียนอักษรขาย

เลี้ยงครอบครัวบ่าวไพร่ได้เป็นร้อยๆ ชีวิตกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การมีภาษา มีอักษรของชนชาติใด

นับได้ว่าชนชาตินั้นศิวิไล เป็นผู้มีอารยะ

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดกรณีหลักศิลาจารีกพ่อขุนรามขึ้น

เห็นได้ว่า.. การมีอักษรมีภาษานั้น

สำคัญขนาดอาจทำให้ชาติอยู่รอดหรือถูกรุกรานได้

 

 

จบประวัติศาสตร์ขั่วโมงประวัติศาสตร์แล้ว

เพราะคุณครูชักเริ่มง่วงและหิว

จะออกหากินก่อนเข้านอนทีหลัง

แถมกลัวคนฟังแลคเชอร์จะสัปหงกโขกจอ

แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องฟอนต์ต่อ

ในหัวข้อความสำคัญของฟอนต์ในงานออกแบบ

และแถมพกด้วย 60 ฟอนต์ไม้ตายของไอ้เกวจ้ะ

 

  

Comment

Comment:

Tweet

ตาลายไปเลย

#28 By Traveldi (117.47.246.219) on 2009-06-15 21:51

ถึง คุณ Kelly J.

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะครับ

ความจริงผมเองก็คิดคล้าย ๆ คุณ Kelly ล่ะครับ แต่จะต่างกันตรงท่อนที่ว่าอะไรไม่จริงเท่ากินข้าว ตรงที่ผมคิดว่า
สำหรับคนที่เป็นนักเลง ปืนน่าจะหมายถึง ตัวแทนของอำนาจที่มีอยู่ในมือ เพราะ ฉะนั้น อะไรก็เลยไม่จริงแท้เท่ากับปืนในมือของตัวเอง เพราะทำให้ทุกอย่างเป็นความจริงตามที่เขาต้องการได้

สำหรับคนที่ผ่านปืนผ่านมีดมา น่าจะมีมุมมองว่า อะไรไม่น่าพิศมัยเท่ากับการนั่งลงล้อมวงข้าว(หรือน้ำยอดข้าว embarrassed ) น่าจะหมายถึง การเรียนรู้ว่าหนทางที่ผ่านมาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง การนั่งลงจับเข่าคุยกันคือวิธีแก้ปัญหาได้ดีที่สุด (เพราะจากฉากในเรื่อง ตัวละครเวลาปรึกษาหรือคุยกันในวงข้าว(เหล้า)จะตัดบทสรุป มักจะกล่าวว่า อะไรไม่จริงเท่ากินข้าวหรอกน่า แล้วก็เปลี่ยนเรื่อยคุยไปเสีย ครับ)

ส่วนคนอย่างกำนันผิน ผมมีความคิดเห็นคล้าย ๆ คุณ Kelly ครับ จะขอเพิ่มหน่อยก็ตรงที่ว่า ความตายน่าจะเท่ากับคำว่า สัจธรรม(ความจริงที่คงอยู่)

ถ้าอย่างไรผิดถูกอย่างไรขอคำแนะนำด้วยนะครับ

แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ Kelly J. นะครับ ถ้าอย่างไรขออนุญาตข้ามฟากมาชมอาร์ตเวิร์คสวย ๆ ของทางฝั่งนี้ด้วยนะครับ


surprised smile

#27 By Old Mustang on 2009-06-15 21:18

ฟอนต์งามมาก cry

#26 By Rura_By on 2009-06-15 20:59

Hot! ขอบคุณค่ะ

#25 By Serina_Z on 2009-06-15 17:27

Hot! ประวัติศาสตร์ของฟอนท์confused smile

#24 By on 2009-06-15 16:51

ได้ความรู้อีกเพียบ! confused smile confused smile

#23 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2009-06-15 16:28

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่า~~~ big smile big smile

Hot! Hot! Hot!

#22 By rinnyu on 2009-06-15 16:20

ความรู้ใหม่นะเนี่ย
แวะมารดน้ำตามภาษาคนคุ้นเคยเหมือนเดิมคะ โตไวไวนะคะแล้วจะมารดใหม่
อ่านสนุก + ได้ความรู้ดีจริงๆ ครับ Hot!

#20 By Googigg on 2009-06-15 11:15

โอว เยี่ยม!!!!

#19 By TopGorezilla on 2009-06-15 07:50

ออ ตัวหนังสือมันสำคัญมากค่ะ

เพื่อนหนูอ่ะ เค้าเรียนวิชาเครื่องกลอย่างง่าย..คนนึงสอบได้เต็ม อีกคนสอบได้เกือบเต็ม ทั้งๆที่ตอบเหมือนกัน ครูบอกว่า ก็เพราะ..ตัวหนังสือเค้าสวยกว่า (- - )

ฟอนต์ในคอมก็อีกอัน เวลาทำรายงาน ใช้ฟอนต์หน่อมแน้มไป ก็ไม่มีใครสน พอใช้ฟอนต์น่ารักเข้าหน่อย เพื่อนก็มาถามใหญ่เลย ขนาดครูยังขอเลยอ่ะ - -+

#18 By Magaret Literary on 2009-06-15 06:49

Hot! Hot! Hot!
บางทีเลือกยากเหมือนกันนะ
สุดยอดนี่มันเมพชัด ๆ

จัดไปอย่าให้เสียHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By anonymous108 on 2009-06-15 00:21

ว้าววว พึ่งเคยได้เห็นสรุปนี่แหละ(ไอ้เราก็เป็นอย่างเดียว) sad smile

#15 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-06-15 00:18

ตาลายไปกับฟร้อน

แถมความรู้อีกเป็นกระบุง

แบบนี้ต้องHot!

#14 By Anew on 2009-06-15 00:17

นี่ แกเก่งกว่าคนจบการพิมพ์ อีกนะ เหลืออาชีพให้คนอื่นเค้าบ้างละ 55555 ต้องเปลี่ยนสโลแกรนแล้ว จาก สมีเกลจอมขมังเวท เป็น สมีเกลวสางสาวผู้หยั่งรู้

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By freeda on 2009-06-14 11:36

ง่า...
งานเข้าจ้ะงานเข้า
ขออภัย วันนี้คงไม่ได้มาแลคเชอร์
ขอตัวไปปั่นงานก่อนนะ

#12 By Kelly J. on 2009-06-14 10:25

โอ้โห......ข้อมูลแน่นมากๆครับ เรื่องฟอนด์นั้นมันมีที่มาที่ไปที่สุดยอดครับ question

#11 By ruz on 2009-06-14 09:39

อ้าว...บล๊อกนี้หาที่รดน้ำไม่เจอ
Hot! Hot! Hot!

เข้ามาอ่านความรู้ครับ เซฟความรู้เก็บไว้แล้ว ขออนุญาตด้วยครับ

รดน้ำพร้อมดาวยามเช้า
Hot! โหหหหความรู้ตรึม

#8 By จอมบงการ on 2009-06-14 01:38

มีประโยชน์มากเลย เราเรียนอยู่ ไอดี จุฬา กะลังเรียนเรื่องนี้เลยคะ^^"Hot! Hot!

#7 By ZeXmO* on 2009-06-14 01:27

โอ้ว.. ได้ความรู้มากเลยค่ะ.. confused smile

#6 By แอ้ on 2009-06-14 00:55

โอ้ ว๊าว
วันนี้เพิ่งโหลดฟอนท์จากในเน็ตมาเหมือนกัน
แต่ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ยว่ามีทฤษฎีถึงขนาดนี้
big smile ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ค่า

#5 By แม่นางน้อย on 2009-06-14 00:53

Hot!

#4 By D on 2009-06-14 00:44

แปะดาวๆๆๆๆๆHot! Hot! Hot!
ว้าว ความรู้ใหม่confused smile ที่ใกล้ตัวมาก
ปกติสนเรื่องฟ้อนต์เฉพาะตอนทำgraphicopen-mounthed smile
ต่อไปคงสังเกตอะไรขึ้นอีกเยอะbig smile
Hot! Hot!

ชอบฮับ ดูมีประโยชน์ดี
ชอบวิชาประวัติศาสตร์ ฮ่าๆ

#1 By เจ้นน้อย on 2009-06-14 00:42